royalintertrade/ January 7, 2019/ ออกแบบ/ 0 comments

ตลาดรับสร้างบ้าน ตจว.บูม หลังโครงการบ้านล้านหลังประกาศใช้

            สมาคมรับสร้างบ้าน คาดว่าสถานการณ์ธุรกิจปีนี้มาแรง ซึ่งเป็นผลมาจากอานิสงส์โครงการบ้านล้านหลังของรัฐบาล ช่วยผลักดันตลาดบ้านสร้างเองปรับตัวสูงขึ้น ในกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด

นายสิทธิพร สุวรรณสุต ว่าที่นายกสมาคมรับสร้างบ้าน เผยถึงสถานการณ์ธุรกิจสร้างบ้านในปี 2562 ว่า ปริมาณและมูลค่าของตลาด “บ้านสร้างเอง” มีแนวโน้มปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มบ้านระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจาก “โครงการบ้านล้านหลัง” ที่ทางรัฐบาลเปิดตัวออกมาในช่วงปลายปี 2561ทำให้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

อานิสงส์ดังกล่าว ยังจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านรายย่อย

ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มผู้ “รับสร้างบ้าน” น๊อคดาวน์ด้วยเช่นกัน ที่ต้องเน้นเจาะตลาดบ้านในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และคาดว่าปริมาณรวมถึงมูลค่าตลาดจะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น ในต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ ที่ได้รับอานิสงค์จากโครงการบ้านล้านหลังของรัฐบาล

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจ “รับสร้างบ้าน” โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการ ที่ต้องการจับตลาดสร้างบ้านในราคา 3-20 ล้านบาท ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ประเมินไว่ว่าความต้องการของผู้บริโภคจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อน โดยอย่างยิ่งในช่วงต้นปี 2562 ประเทศไทยจะมีการจัดเลือกตั้ง เพื่อกลับเข้าสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากส่งผลดีต่อของความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่มีต่อการเมืองไทยในวันข้างหน้า

ในปี 2562 ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี

นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังเผยปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านต้องเผชิญภายในปี 2562 ในเรื่องภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศที่อาจหดตัวจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลก และต้นทุนของวัสดุที่ปรับตัวสูงมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

รวมถึงโครงการก่อสร้างจากทางภาครัฐที่ขยายตัวมากขึ้น, สภาพการแข่งขันราคาของตลาดรับสร้างบ้านที่ยังคงมีความรุนแรง, ปัญหาแรงงานขาดแคลนที่ทวีความรุนแรงขึ้น, ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก่อสร้างและการสื่อสาร ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม สมาคมรับสร้างบ้านได้ประเมินถึงปริมาณและมูลค่า “ตลาดสร้างเอง” ในปี 2562 ไว้ว่า น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ใกล้เคียงหรือเติบโตกว่าเล็กน้อย หากนำมาเปรียบเทียบกับในปีที่ผ่านมา จะคิดเป็นมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 1.4-1.5 แสนล้านบาท

Share this Post

Leave a Comment